ปลัดฯ ณัฐพล ลงพื้นสุราษฎร์ธานี มอบแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย MIND เน้นย้ำบูรณาการงานของหน่วยงานในพื้นที่ มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย เร่งกระจายสินค้าชุมชนสู่ค้าปลีก สร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2566 เวลา 09.00 น. ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (รปอ.) นายวิษณุ ทับเที่ยง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม (หน.ผตร.อก.) นายภาสกร ชัยรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม (ผตร.อก.) นางสาวณิรดา วิสุทธิชาติธาดา ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (ชปอ.) นายวาที พีระวรานุพงศ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (รสอ.) และผู้บริหารจากส่วนกลาง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายในการประชุมขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรมและแนวทางการบูรณาการงานของหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีนางทัศนีย์ ภักดีประพันธ์ อุตสาหกรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี (อสจ.สุราษฎร์ธานี) และนายคณบดี สัมพัชนี อุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช (อสจ.นครศรีธรรมราช) ให้การต้อนรับ โดย อสจ.สุราษฎร์ธานี ได้รายงานผลการดำเนินงานของหน่วยงาน ประกอบด้วย โครงสร้างบุคลากร งบประมาณ ผลผลิต ตัวชี้วัด แผนการดำเนินงานในปี 2566 และคำของบประมาณปี 2567 ตลอดจนข้อมูลโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันมีบุคลากร 29 คน มีโรงงานอุตสาหกรรม 946 โรงงาน มีเหมืองแร่ที่ได้ประทานบัตร 34 ประทานบัตร มีผู้ประกอบการ SMEs จำนวน 76,892 ราย และมีวิสาหกิจชุมชน 973 แห่ง โดยมีการประยุกต์ดำเนินการตามนโยบาย MIND ครอบคลุม 4 มิติ ให้สอดคล้องกับพื้นที่ ทั้งการเป็น 1) หน่วยงานดี มีการสร้างความโปร่งใสในการทำงานผ่านการให้บริการร้องทุกข์ และมีการปรับปรุงระบบการบริการสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ รองรับการจัดทำระบบ i-industry i-Single Form และส่งเสริมบุคลากรให้มี Mindset รับการเปลี่ยนแปลง 2) อุตสาหกรรมดี ส่งเสริมการผลิตปาล์มน้ำมันในพื้นที่ สนับสนุนให้เกิดโรงงานดี อุตสาหกรรมดีเด่นในพื้นที่ 3) ชุมชนดี การยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนกระจายรายได้ โดยพัฒนาวิสาหกิจชุมชน ผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัด
นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอตัวอย่างความสำเร็จของบริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ประกอบกิจการผลิตกระแสไฟฟ้า จากเชื้อเพลิงชีวมวล ซึ่งได้ดำเนินการตามนโยบาย MIND ครอบคลุม 4 มิติ โดยบริษัทฯ ได้รับรองมาตรฐาน ISO 9001 14001 45001 มีการบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เติบโตอย่างยั่งยืน มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีมาตรการและระบบป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม มีการนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้และสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังเพื่อลดข้อร้องเรียน รวมถึงมีการกระจายรายได้โดยจ้างพนักงานรอบโรงงานกว่า 80% ตลอดจนรับซื้อต้นปาล์มสับจากเกษตรกรรอบพื้นที่ และให้ชุมชนนำสินค้ามาจำหน่ายให้แก่พนักงานในโรงงานทุกเดือน
ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบนโยบายให้ สอจ. มุ่งเน้นการดำเนินงานที่ตอบโจทย์การพัฒนาอุตสาหกรรม S-Curve ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของหน่วยงาน โดยในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือได้ว่าเป็นแหล่งผลิตอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันที่สำคัญของไทย รวมถึงการกำกับดูแลโรงงานต่างๆ ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชน ทั้งในด้านกลิ่น เสียง ควัน และน้ำเสีย โดยการกำหนดเงื่อนไขเป็นข้อบังคับของโรงงาน ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ช่วยกำกับดูแลการดำเนินงาน และบริหารจัดการบุคลากรของ สอจ.ทั่วประเทศ ให้มีความพร้อม มีศักยภาพ และกำหนดตัวชี้วัดที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อให้บุคลากรมีแนวทางปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงการมอบนโยบายให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั้ง 11 แห่งนำร่อง โดยให้หัวหน้ากลุ่มนโยบายและแผนงานทำหน้าที่ผู้ช่วยอุตสาหกรรมจังหวัด พร้อมเป็นหัวหน้ากลุ่มนโยบายและแผนงาน และกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อช่วยเหลือในการกลั่นกรอง ให้ข้อคิดเห็น และตรวจสอบการดำเนินงานในภารกิจต่าง ๆ ของ สอจ. มุ่งเน้นการบูรณาการการทำงานให้มากขึ้น มีการเรียนรู้ข้ามสายงานทั้งในด้านนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ โรงงาน เหมืองแร่ และงานส่งเสริม พร้อมการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์ i-Single Form และ i-Industry มาใช้ในการรายงานฐานข้อมูลกลางของกระทรวงอุตสาหกรรม
ส่วนในด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรม ควรขยายขอบข่ายการทำงานให้มากขึ้น ทั้งการกำกับดูแลมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ มอก. การมาตรฐานแห่งชาติ การส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการในด้านต่าง ๆ โดยมอบหมายผู้ตรวจฯ ภาสกร วางแนวทางด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมของทุกจังหวัด ร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เช่น การจัดทำโครงการ MIND to Modern Trade การส่งเสริมสินค้าในชุมชนให้นำเข้าไปจำหน่ายในเซเว่นอีเลฟเว่น (7eleven) พร้อมทั้งเชื่อมโยงกลไกกองทุน SME ตามแนวประชารัฐ และ SME D Bank ด้วย
ส่วนเรื่องการสมัครรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ได้เน้นย้ำว่าสถานประกอบการที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจจนได้รับรางวัล ควรมีการดำเนินการตามนโยบาย MIND ใช้หัวและใจปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ เป็นพื้นฐานสำคัญ ทั้งโรงงานดี ชุมชนโดยรอบอยู่ดีมีสุข และมีสิ่งแวดล้อมที่ดี
ด้าน รปอ.ณัฏฐิญา ได้ฝากถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ที่สำคัญของภาคใต้ คือ ปาล์มน้ำมัน ซึ่งนำมาผลิตไบโอเคมี และเป็นนโยบายของรัฐบาลที่สำคัญ ส่วนในเรื่องการคิดคำนวณต้นทุนต่อหน่วยในการดำเนินงานพัฒนาตามโครงการต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับความเป็นจริง ขณะนี้ได้มีการหารือกับสถาบันการศึกษาเพื่อเตรียมมาให้ความรู้ในเรื่องดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้ในด้านการใช้จ่ายงบประมาณสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่ไม่เพียงพอ ขอให้ สอจ. อย่านำงบประมาณส่วนอื่นมาใช้จ่ายข้ามหมวด เพื่อสะท้อนการใช้งบประมาณตามความเป็นจริง ส่วนในด้านการพัฒนาระบบรายงานฐานข้อมูลกลางของกระทรวงอุตสาหกรรม i-Single Form และ i-Industry กำลังดำเนินการจัดทำคู่มือมาตรฐานผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อใช้ในการเข้าตรวจโรงงาน คาดว่าจะดำเนินการใช้งานได้ภายในเดือนสิงหาคม 2566
ชปอ.ณิรดา ฝากถึงระบบรายงานฐานข้อมูลกลางของกระทรวงอุตสาหกรรม i-Single Form และ i-Industry ซึ่งจะมีการอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับ สอจ.ทั่วประเทศภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ โดยผู้ผ่านการอบรมจะสามารถให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการในการกรอกระบบดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ขอความร่วมมือให้ สอจ. รายงานข้อมูลเข้ามาในระบบไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าอุตสาหกรรมในพื้นที่
หลังจากนั้น ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะได้ให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) นำโดย นายวัฒนา แก้วประจุ ผู้อำนวยการภาค 7 และนายปฐมนนท์ ผ่องอำไพ รองผู้จัดการเขต 24 นำเสนอโครงสร้างของแต่ละสาขา (ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี) และผลการดำเนินงานด้านการอนุมัติสินเชื่อและการเบิกจ่าย ปริมาณ NPL ในแต่ละพื้นที่ และแผนการดำเนินงานในอนาคต พร้อมกันนี้ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ธพว.สาขาสุราษฎร์ธานี เพื่อให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงานดังกล่าวด้วย