กรุงปักกิ่ง, 20 กรกฎาคม 2569 — นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังคงร่วมภารกิจสำคัญอย่างต่อเนื่องกับคณะของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในวันสุดท้ายของการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ โดยมีภารกิจระดับประเทศและมิติด้านเศรษฐกิจที่สำคัญ ดังนี้
รมว.วราวุธ ร่วมคณะนายกฯเยือนจีน ผลักดันความร่วมมือ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ ควบคู่การรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สานต่อมิตรภาพไทย-จีน
กรุงปักกิ่ง, 20 กรกฎาคม 2569 — นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังคงร่วมภารกิจสำคัญอย่างต่อเนื่องกับคณะของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในวันสุดท้ายของการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ โดยมีภารกิจระดับประเทศและมิติด้านเศรษฐกิจที่สำคัญ ดังนี้
กระชับความสัมพันธ์และการทูตระดับผู้นำ
- พิธีวางพวงมาลา: ณ อนุสาวรีย์วีรชน จัตุรัสเทียนอันเหมิน โดยมี นางฮว่า ชุนหยิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมผู้แทนเทศบาลกรุงปักกิ่งและผู้แทนกองทัพจีนให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ
- หารือระดับสูง: ร่วมคณะเข้าพบและหารือกับ นายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ มหาศาลาประชาชน
- พิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ: ร่วมในพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ โดยมี นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ให้การต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมร่วมการหารือข้อราชการแบบเต็มคณะ
ผลักดันข้อตกลงและดูงานเทคโนโลยี
- ความสำเร็จครั้งสำคัญ ยกระดับเศรษฐกิจไทย-จีน: ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมทั้งสิ้น 15 ฉบับ
- ศึกษาดูงานยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีคอมเมิร์ซ: เข้าเยี่ยมชมบริษัท Alibaba Group สำนักงานใหญ่ กรุงปักกิ่ง เพื่อศึกษาโมเดลธุรกิจดิจิทัลและโลจิสติกส์ระดับโลก นำมาต่อยอดและยกระดับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย
เชื่อมสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม
- ส่งท้ายภารกิจ: เยี่ยมชมวัดลามะ (ยงเหอกง) ร่วมสักการะพระพุทธรูปและรูปเคารพพระโพธิสัตว์ภายในวัด พร้อมเข้าชมห้องพิธีมังคลาภิเษก (ไคกวง)
จากนั้น เดินทางกลับประเทศไทย: เสร็จสิ้นภารกิจและเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง กลับสู่ประเทศไทยโดยเที่ยวบินพิเศษ และเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6
จากเข้าพบและหารือกับ นายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสานต่อมิตรภาพไทย–จีน ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 ของความสัมพันธ์ทางการทูต พร้อมผลักดันความร่วมมือ โดยเฉพาะในสาขาใหม่ๆ อาทิ อวกาศ ยานยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ การรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และกระชับความร่วมมือระหว่างรัฐสภาทั้งสองให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศด้วย
โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า ไทยและจีนจะขับเคลื่อนความร่วมมือใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
1. การเมืองและความมั่นคง
2. เศรษฐกิจและการลงทุน
3. ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน และ
4. ความร่วมมือระดับภูมิภาค
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังสนับสนุนให้รัฐสภาของทั้งสองประเทศเพิ่มการแลกเปลี่ยนด้านนิติบัญญัติ พร้อมเชิญประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีนเยือนไทย ซึ่งหากเกิดขึ้นจะเป็นการเยือนไทยครั้งแรกในรอบ 15 ปี
ความสำเร็จจากการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนในครั้งนี้ โดยได้เยี่ยมชมนวัตกรรมจากบริษัทชั้นนำของโลก จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่กระทรวงอุตสาหกรรมจะนำมาขับเคลื่อน และพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวหน้า มั่นคง และยั่งยืนต่อไป